WangNamKheo.com
เมนูหลัก      หน้าหลัก    |    ติดต่อเรา   |   เกี่ยวกับเรา     
 


























ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ทีฆชุณหเถียร  หัวหน้าโครงการ กล่าวรายงานต่อ   ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทวี เลิศปัญญาวิทย์ อธิการบดี มทส  และ นายสิทธิศักดิ์ พรประสิทธิ์สุข นายอำเภอวังน้ำเขียว เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2546

มทส ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน ด้วยการบูรณาการงานวิจัยที่ไทยสามัคคี กับท่องเที่ยงเชิงเกษตรนิเวศแบบ "วังน้ำเขียว" สวิสเซอร์แลนด์ แดนอีสาน
 บนทางหลวงสาย 304 จากตัวเมืองนครราชสีมา มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออก ผ่าน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ประตูเชื่อมระหว่างภาคอีสานกับภาคตะวันออก ที่ใครหลายๆ คนมักเรียกขาน "สวิสเซอร์แลนด์ แดนอีสาน" เนื่องเพราะแวดล้อมไปด้วยขุนเขาสลับซับซ้อน กับที่ลาดชันเป็นลอนคลื่นตลอดพื้นที่ ก่อให้เกิดทัศนียภาพสวยงาม อากาศสดชื่นและเย็นสบายตลอดทั้งปี และด้วยมีพื้นที่ติดกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน ทำให้วังน้ำเขียวมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่มาก ทั้งยังเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่มีความหลากหลาย มีทั้งพืชผักผลไม้ปลอดสารพิษ เห็ดหอม ไม้ดอกไม้ประดับ ยังไม่นับรวมมิตรไมตรีของผู้คน ทำให้อำเภอเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์และมนต์ขลังที่ยังคงไม่จางหาย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ต้องการหาความสงบ การพักผ่อนหย่อนใจ และฟื้นฟูสุขภาพ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทวี เลิศปัญญาวิทย์ อธิการบดี มทส  มอบเอกสารแสดงความช่วยเหลือแก่ นายสิทธิศักดิ์ พรประสิทธิ์สุข นายอำเภอวังน้ำเขียว เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2546 มทส ดัน 3 โครงการเข้าพัฒนาศักยภาพพื้นที่ ต.ไทยสามัคคี  ด้วยศักยภาพดังกล่าว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส) ได้ตระหนักถึงความสำคัญจึงได้เข้ามาดำเนินต่างๆ ภายใต้โครงการเสริมสร้างความเข็มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้น อันเป็นนโยบายสำคัญประการหนึ่งของรัฐที่มุ่งช่วยเข้าไปแก้ไขปัญหาของประชาชนในระดับรากหญ้า โดยมหาวิทยาลัยเป็นผู้แนะนำแนวทาง เพื่อพัฒนาชุมชนไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และที่สำคัญเพื่อให้ศักภาพที่มีอยู่แล้วได้รับการยกระดับและพัฒนาให้เข้มแข็งต่อไป มทส จึงได้ผลักดันโครงการสนับสนุนการสร้างเครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุนชนฯ โครงการเสริมสร้างและพัฒนาประสิทธิภาพบริหารสถาบันอุดมศึกษาฯ และโครงการอุดหนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ระบบต้นแบบและการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจชุมชน ในปีงบประมาณ 2545 และต่อเนื่องมาถึงปี 2546 ซึ่งทั้ง 3 โครงการดังกล่าวได้เลือกพื้นที่ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นพื้นที่นำร่อง โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ทีฆชุณหเถียร อาจารย์ประจำสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มทส เป็นหัวหน้าโครงการ

บรรยากาศการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศอย่างยั่งยืน มุ่งสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศอย่างยั่งยืน   ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ทีฆชุณหเถียร กล่าวว่า "สำหรับโครงการเสริมสร้างและพัฒนาประสิทธิภาพบริหารสถาบันอุดมศึกษา เมื่อเริ่มเข้ามาดำเนินโครงการ คณะทำงานได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่าง มทส ชาวบ้าน องค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพและความต้องการของชุมชนร่วมกัน ผลการประเมินปรากฏว่าชุมชนคัดเลือกโครงการย่อยเพื่อมาดำเนินการ รวม 3 โครงการ ดังนี้
1. โครงการพัฒนาอาชีพ ซึ่งมีการส่งเสริมการเพาะและแปรรูปเห็ดหอม การเพิ่มประสิทธิภาพมันสำปะหลัง และการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมพันธุ์ดี
2. โครงการพัฒนาด้านสาธารณสุขศาสตร์ โดยการส่งเสริมการใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างปลอดภัย และ
3. โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวตำบลไทยสามัคคี
 โดย 2 โครงการแรกได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ส่วนโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวฯ ถือเป็นโครงการสำคัญและท้าทายอย่างยิ่ง ที่จะดำเนินการอย่างไรเพื่อพัฒนาศักยภาพในทุกๆ ด้าน เพื่อมุ่งไปสู่การจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศอย่างยั่งยืนต่อไป

การดำเนินงานของคณะทำงานตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ได้อบรมให้ความรู้ ระดมสมอง เพื่อร่วมกำหนดทิศทางและการพัฒนาการท่องเที่ยวของตำบลไทยสามัคคีให้เป็นระบบในทิศทางเดียวกัน และในหลายหลักสูตร อาทิ การจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศ การจัดการที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบทเพื่อการท่องเที่ยว(โฮมสเตย์) การอบรมธุรกิจร้านอาหารกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว และการอบรมอาสาสมัครนำเที่ยว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการจัดทำสื่อเผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ จัดตั้งชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว การจัดทำข้อมูลท่องเที่ยวทางเกษตร ข้อมูลที่พักแบบโฮมสเตย์ และฟาร์มสเตย์ ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวทางป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงป้ายบอกทางอีกด้วย
โครงการนี้ดูเหมือนว่าจะออกมาชัดเจนที่สุดและครอบคลุมโครงการอื่นๆ ทั้งหมด รวมถึงสามารถสอดรับกับโครงการเดิมที่เกษตรอำเภอทำขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศ ที่ปีๆ หนึ่งจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 2 หมื่นคน เราต้องการให้ตำบลไทยสามัคคีตลอดจนอำเภอวังน้ำเขียว เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศที่มีความยั่งยืน มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวชนบท ความเงียบสงบ ได้พักผ่อนหย่อนใจกับครอบครัว หรือมาเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ เหมือนมาชาร์จแบตเตอรี่ ได้รับประทานอาหารปลอดสารพิษ ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ได้สุขภาพที่ดีกลับไป หรือหากเป็นนักเรียนนักศึกษา ก็มาสัมผัสกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร และซาบซึ้งกับธรรมชาติที่มีอยู่

"เห็ดหอม" จากงานวิจัย..สู่หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
พบเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการเพาะเห็ดหอมในพื้นที่ไม่หนาวเย็น  เห็ดหอม  เป็นเห็ดเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง แต่เพาะเลี้ยงได้เฉพาะเขตที่มีอากาศหนาวเย็นเท่านั้น แต่ด้วยผลงานการวิจัยของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ทีฆชุณหเถียร ที่ได้พบเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการเพาะเห็ดหอมในพื้นที่ไม่หนาวเย็น รวมถึงการพัฒนาสายพันธุ์ทนร้อนที่กระตุ้นให้ออกดอกได้ง่าย การจัดการความชื้นในก้อนเห็ดเลียนแบบธรรมชาติ การกระตุ้นการออกดอกด้วยความเย็น 10 องศาเซลเซียส เป็นต้น และได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวไปทดสอบการผลิตในลักษณะธุรกิจในระดับเกษตรกร ณ บ้านสุขสมบูรณ์ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เมื่อปี 2542-2543 ปรากฏว่าได้ผลดี และเพื่อให้เกิดความมั่นใจในเทคโนโลยีดังกล่าวสำหรับการผลิตเห็ดหอมในรูปแบบเศรษฐกิจชุมชนยิ่งขึ้น ปี 2546 ได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบต้นแบบหมู่บ้านผลิตและแปรรูปเห็ดหอม เพื่อทดสอบและขยายผลต่อ ไปอีกยังพื้นที่ บ้านบุไทร ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว ขณะเดียวกันก็ไปทดสอบที่บ้านหนองสวอง ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาด้วย ภายใต้การสนับสนุนของโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก โดยเข้าไปดำเนินการให้การสนับสนุนการสร้างโรงผลิตก้อนเห็ดให้แก่ชุมชน จัดตั้งกลุ่มเกษตรกร กำหนดรูปแบบ/วิเคราะห์ต้นทุนการผลิต ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค อุปกรณ์การผลิต สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน และจัดการฝึกอบรมโดยมีการนิเทศงานอย่างใกล้ชิด รวมไปถึงการจัดตั้งกลุ่มธุรกิจชุมชนเพื่อผลิตเห็ดหอม โดยใช้เทคโนโลยีที่มหาวิทยาลัยพัฒนาขึ้น ช่วยให้สามารถผลิตเห็ดหอมในที่ไม่หนาวเย็นได้ตลอดปี ผลจากความร่วมมือของทุกฝ่ายพบว่าเกษตรกรสามารถผลิตและทำธุรกิจชุมชนได้ด้วยตนเอง โดยเกษตรกรกว่า 20 ราย สามารถยึดการเพาะเห็ดหอมเป็นอาชีพหลักได้ ถือว่าพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน เห็ดหอมสดจากหมู่บ้านสุขสมบูรณ์ และบุไทร ต.ไทยสามัคคีจึงขึ้นชื่อเป็นที่รู้จักในเวลาไม่นานในฐานะสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ กลายเป็นหนึ่งในเมนูสุขภาพของผู้ประกอบการที่พัก ร้านอาหารในพื้นที่ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาเยือนมักเรียกหาติดไม้ติดมือกลับบ้าน ในราคาจำหน่าย กก.ละ 180 - 200 บาท และขณะนี้ผลผลิตไม่เพียงพอจำหน่ายให้กับตลาดเนื่องจากมีความต้องการสูงมาก


 พืชผักผลไม้ปลอดสารพิษ  ด้วยอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้ผักสลัดต่างประเทศกว่า 10 สายพันธุ์ของกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ สามารถผลิตหมุนเวียนได้ตลอดทั้งปี ซึ่งนอกจากจะไม่ใช้สารเคมีใดๆ ในการปลูกแล้ว ผลผลิตที่ได้ยังมีคุณภาพสูง พืชผักเหล่านี้จึงส่งตรงขึ้นซุปเปอร์มาเก็ตตามห้างสรรพสินค้า และโรงแรมห้าดาวในกรุงเทพฯ และบางส่วนสำหรับสถานประกอบการที่พัก-ร้านอาหารในพื้นที่ ทำให้ลุงไกร ชมน้อย ในฐานะประธานกลุ่มต้องกลายเป็นวิทยากรจำเป็น เนื่องจากมีผู้มาเยี่ยมชมแปลงผักอยู่เนืองๆ

เบญจมาศ ถือเป็นอาชีพหลักของเกษตรกร ต.ไทยสามัคคี ที่ปลูกกันแทบทุกครัวเรือน จาก "เบญจมาศ" เลื่องชื่อ..สู่เทศกาลประจำปี  เบญจมาศ ถือเป็นอาชีพหลักของเกษตรกร ต.ไทยสามัคคี ที่ปลูกกันแทบทุกครัวเรือน ซึ่งมีเบญจมาศนานาพันธุ์ หลากหลายสีสัน มีทุกขนาดทั้งดอกช่อ ดอกเดี่ยว ถึงกับมีการรวมกลุ่มของผู้ปลูก ทำให้ได้ราคาดี และเกษตรกรไม่ต้องวิ่งหาตลาด เนื่องจากแม่ค้าทั่วสารทิศเข้ามารับซื้อถึงในพื้นที่ แต่ละปีนำรายได้เข้าสู่พื้นที่นับ 10 ล้านบาท อย่างไรก็ตามแม้จะทำรายได้งาม แต่ก็เป็นพืชที่ใช้สารเคมีจำนวนมาก ย่อมกระทบกับสุขภาพของผู้ปลูกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่ง มทส ก็ตระหนักถึงปัญหานี้ ดังนั้นเมื่อเริ่มเข้ามาดำเนินโครงการ จึงเข้ามาพัฒนาด้านสาธารณสุขด้วย โดยการให้ความรู้และส่งเสริมให้ใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมช่วยส่งเสริมด้านการตลาดด้วยการจัดงาน "วันเบญจมาศบานในม่านหมอก" ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม กระทั่งเบญจมาศที่ปลูกเตรียมไว้ไม่พอจำหน่าย ผลพวงจากความสำเร็จในครั้งนี้ทำให้ ทุกๆ ฝ่ายเล็งเห็นความสำคัญและได้ร่วมกำหนดให้จัดเป็นเทศกาลประจำปีของตำบลไทยสามัคคี โดยในครั้งที่ 2 นี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 - 25 มกราคม 2547

การคมนาคม เส้นทางที่จะเดินทาง  การคมนาคม เส้นทางที่จะเดินทางมายังตำบลไทยสามัคคี มาได้จากหลายเส้นทางดังนี้
1. จากกรุงเทพมหานคร  ตาม เส้นทางองครักษ์ นครนายก ระยะทาง 200 กิโลเมตร
2. จากอำเภอปากช่อง 2 เส้นทาง - เส้นทางบุตะโก - หนองไม้สัก ระยะทาง 70 กิโลเมตร - เส้นทางบุเจ้าคุณ - หนองไม้สัก ระยะทาง 40 กิโลเมตร
3. จากชลบุรี ระยอง จันทบุรี เส้นทางกบินทร์บุรี - นครราชสีมา ระยะทาง 150 กิโลเมตร
4. จากนครราชสีมา เส้นทางถนนสืบศิริ (สาย 304) ระยะทาง 75 กิโลเมตร เส้นทางอำเภอปักธงชัย ระยะทาง 42 กิโลเมตร

แผนที่ คลิ๊ก ดูแผนที่เดินทาง

เนื้อหาจาก มทส สาร ฉบับที่ 454 ปี 2546