WangNamKheo.com
วังน้ำเขียวดอทคอม      หน้าหลัก    |    ติดต่อเรา   |   เกี่ยวกับเรา     


มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เทคโนโลยีการผลิตเห็ดหอมพื้นราบ ไทยสามัคคี วังน้ำเขียว

เทคโนโลยีการผลิตเห็ดหอมพื้นราบ  มทส.

เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.ธวัชชัย ทีฆชุณหเถียร และ น.ส. ดวงใจ จำจิตร
จัดทำเป็นหน้าเว็บ โดย รศ.ดร. อรรณพ วราอัศวปติ

เห็ดหอมพื้นราบ  มทส.
ศูนย์สาธิตการเพาะ และ แปรรูปเห็ดหอม

  เห็ดหอม เป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางโภชนาการและทางเศรษฐกิจสูง
  ในประเทศจีนและญี่ปุ่นนิยมนำเห็ดหอมมาปรุงเป็นอาหารเพื่อบำรุงสุขภาพอันเลิศรส เนื่องจากเห็ดหอมเป็นเห็ดที่ชอบอุณหภูมิต่ำ จึงทำให้เห็ดหอมส่วนใหญ่ที่บริโภคภายในประเทศต้องนำเข้ามาจากประเทศจีนในรูปเห็ดหอมแห้ง ดังนั้นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จึงได้ทำการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับวิธีการเพาะเห็ดหอมพื้นราบและศึกษาสายพันธุ์ที่เหมาะสม เพื่อให้เห็ดหอมสามารถเพาะได้ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นทางเลือกใหม่ในการสร้างงาน สร้างรายได้และให้คนไทยได้บริโภคเห็ดหอมสดที่ผลิตในประเทศมากขึ้น

 สถานที่ตั้งของโรงเรือน  ที่ตั้งโรงเรือนควรเป็นที่สูง น้ำไม่ท่วมขัง มีต้นไม้รอบๆ พื้นที่เพื่อให้ความร่มเย็น ห่างจากแหล่งชุมชนแออัด โรงงานอุตสาหกรรมและฟาร์มปศุสัตว์ ที่อาจก่อให้เกิดการระบาดของโรค

  สภาพโรงเรือน  ภาพประกอบ คลิ๊กดูภาพประกอบ
 1. โรงเรือนจัดตั้งในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตกเพื่อป้องกันไม่ให้แสงส่องเข้าไปในโรงเรือน
 2. มีการระบายอากาศดี
 3. แสงสว่างพอเพียงไม่มืดจนเกินไป
 4. สามารถประความชื้นได้ในระดับ 80-90 %
 5. สามารถควบคุมรักษาความสะอาดได้
สภาพโรงเรือนเพาะเห็ดหอม

 สภาพภูมิอากาศ   อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 10 - 25 องศาเซลเซียส

 อุปกรณ์ ในการทำก้อน  
 1. ถุงพลาสติกทนร้อน ขนาด 7 x 11 นิ้ว
 2. คอขวด หนังยาง สำลีขาว กระดาษหนังสือพิมพ์
 3. พลั่วสำหรับผสมขี้เลื่อย บัวรดน้ำ
 4. หม้อนึ่ง ไม่อัดความดัน

  วัสดุในการเพาะเห็ดหอม  ภาพประกอบ คลิ๊กดูภาพประกอบ
 ส่วนผสมวัสดุเพาะในขี้เลื่อย 100 กิโลกรัม ใช้สัดส่วนดังนี้
 1. ขี้เลื่อย 100 กิโลกรัม
 2. ปูนขาว 2 กิโลกรัม
 3. รำละเอียด 5-10 กิโลกรัม
 4. น้ำตาลทรายแดง 1-2 กิโลกรัม
 5. ดีเกลือ 0.2 กิโลกรัม
 6. ยิปซั่ม 0.5 กิโลกรัม
 7. น้ำเปล่า 60-65 เปอร์เซ็น

 การทำก้อนเห็ดหอม   ภาพประกอบ คลิ๊กดูภาพประกอบ
 ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน โดยทยอยเติมส่วนผสมทีละน้อยจนหมด เติมน้ำให้มีความชื้นประมาณ 60-65 % ซึ่งสังเกตได้จากการใช้มือกำขี้เลื่อยที่ผสมเสร็จแล้ว แล้วแบมือออกหากขี้เลื่อยคงตัวเป็นก้อนแล้วแตกออกแสดงว่าความชื้นพอดี แต่หากปล่อยมือแล้วขี้เลื่อยแตกทันทีแสดงว่าความชื้นไม่พอ และถ้าไม่แตกเลยแสดงว่าชื้นแฉะเกินไป ใช้พลั่วเล็กตักขี้เลื่อยที่ผสมแล้วใส่ถุงให้เต็ม (น้ำหนักประมาณ 9 ขีด) อัดให้แน่นพอควร จากนั้นสวมคอขวด รัดยาง จุกสำลีให้แน่น และ ปิดทับด้วยกระดาษ หรือ ฝาครอบ กันไอน้ำ

 การนึ่งก้อนเห็ดหอม  ภาพประกอบ คลิ๊กดูภาพประกอบ
 นำก้อนเชื้อขี้เลื่อยไปนึ่งเพื่อฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ 90 - 100 องศาเซลเซียส นาน 4 ชม. แล้วทิ้งไว้ให้เย็น (เห็ดชนิดอื่น โดยทั่วไปจะนึ่งนาน 2 ชม.)

 การเขี่ยเชื้อลงถุงเห็ด  ภาพประกอบ คลิ๊กดูภาพประกอบ
 ก้อนเห็ดที่นึ่งแล้วขนเข้าห้องเขี่ย เปิดโอโซนเพื่ออบฆ่าเชื้อ อีกรอบ ทำการเขี่ยเชื้อในช่วงเช้า ลมสงบและอากาศไม่มีฝุ่น โดยคนที่จะเข้าไปเขี่ยเชื้อต้องสะอาดและไม่เข้าไปในโรงเปิดดอกก่อนเข้าไปเขี่ยเชื้อ เพื่อป้องกันการติดเชื้อปนเปื้อน มาจากโรงเปิดดอก

 การบ่มเชื้อ  ภาพประกอบ คลิ๊กดูภาพประกอบ
 ก้อนเห็ดที่เขี่ยเชื้อแล้วนำไปบ่มในโรงบ่มก้อน โดยวางในแนวตั้ง ระยะห่างประมาณ 1 เซนติเมตรเพื่อให้แสงสว่างเข้าถึงและการถ่ายเทอากาศดี รวมเวลาบ่มเชื้อ 4 เดือน
 ระยะเดือนแรก คัดก้อนเสียทิ้งทุกสัปดาห์  2 เดือนแรกเชื้อเห็ดจะเดินเต็มถุง  เดือนที่ 3 ก้อนเชื้อจะหนาและตุ่มปูดขึ้นทั่วก้อน  เดือนที่ 4 จะเกิดสีน้ำตาลที่หน้าก้อน และพร้อมจะเปิดดอกได้
 ในระหว่างบ่มก้อนต้องทำความสะอาดโรงบ่มให้สะอาด เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อปนเปื้อน โรคและแมลง ฉีดพ่นเซพวิน ทุกสัปดาห์เพื่อป้องกันไรเห็ดทำลาย
  อุณหภูมิโรงบ่มไม่ควรเกิน 32 องศาเซลเซียส อากาศร้อนเชื้อ จะเดินช้า ชะงักการเจริญเติบโตและหน้าก้อนยุบ ทั้งนี้ไม่ควรย้าย หรือ จับก้อนเห็ด หลังจากบ่มได้ 2 เดือนไปแล้ว เพราะจะเกิดตุ่มดอกก่อนกำหนดได้

 การเปิดดอกเห็ดหอม  ภาพประกอบ คลิ๊กดูภาพประกอบ
 เมื่อก้อนเห็ดมีสีน้ำตาลที่หน้าก้อนให้กรีดไหล่ก้อนเปิดดอก สำลีจะติดอยู่หน้าก้อน อย่าให้สำลีหลุด และ กรีดก้นถุงเพื่อระบายน้ำ วางก้อนเห็ดที่พื้นโรงเรือนที่ปูด้วยทรายหรือเทปูนซีเมนต์ สามารถวางบนชั้นได้ 2-3 ชั้น ถ้ามีระบบน้ำแบบพ่นหมอกช่วยให้ความชื้นเพิ่มแก่ก้อนเห็ด วางกับพื้นชั้นเดียวดีที่สุด

 การกระตุ้นเห็ดหอมให้ออกดอก  ภาพประกอบ คลิ๊กดูภาพประกอบ

 การกระตุ้นโดยการโป๊ะน้ำแข็งบด   การกระตุ้นโดยการแช่น้ำเย็นจัด

 การกระตุ้นเห็ดหอมให้ออกดอกจะใช้หลักการเลียนแบบตามสภาพแวดล้อมที่เห็ดหอมต้องการตามธรรมชาติ การกระตุ้นเห็ดหอมให้ออกดอก มีหลายวิธีแต่วิธีที่จะแนะนำและใช้ได้ผล มี 2 วิธีคือ
 1. การกระตุ้นโดยการโป๊ะน้ำแข็งบด :  เตรียมก้อนเห็ดที่ต้องการกระตุ้นมาทำความสะอาด ตัดเศษขาเห็ดที่ติดก้อนทิ้ง จัดเรียงให้ชิดกัน แล้วนำน้ำแข็งบดละเอียดมาโป๊ะปิดหน้าก้อนไว้ โดยให้น้ำแข็งมีความหนา 1 เซนติเมตร แล้วทิ้งไว้ให้ละลาย 1 คืน จึงจับแยกออกวางเรียงตามปกติ
 2. การกระตุ้นโดยการแช่น้ำเย็นจัด :  นำก้อนเห็ดที่ต้องการกระตุ้นมาทำความสะอาด แล้วจัดเรียงลงในถัง จนเกือบเต็ม เติมน้ำแข็งและน้ำเปล่า วัดอุณหภูมิให้ได้ 10 องศาเซลเซียส นำท่อนไม้และก้อนหินมาวางทับเพื่อป้องกันไม่ให้ก้อนลอย ทิ้งไว้ 1 คืน แล้วจึงนำออกมาจัดเรียงตามปกติ

 วงจรการดูแลก้อนเห็ดและเทคนิคการกระตุ้นให้ออกดอก
 1. ระยะเปิดดอก 7-10 วัน : เปิดไหล่ก้อนวางบนพื้นโรงเรือน รดน้ำวันละ 2-4 ครั้ง (ความชื้น 80-90 %) จะเริ่มเก็บดอกได้ภายใน 7-10 วัน
 2. ระยะเก็บดอกเห็ด 7-10 วัน : เบาน้ำลงเหลือความชื้น 60-70 % รดน้ำวันละ 2 ครั้ง เห็ดรุ่นแรกดอกจะดำ ดอกทรงไม่สวย รุ่นที่ 3 จะเริ่มออกมาก ใช้เวลาเก็บ 7-10 วันเห็ดจะหมดรุ่น
 3. ระยะเลี้ยงก้อน 7 วัน : ควบคุมไม่ให้เห็ดออกดอก แต่ให้สะสมอาหาร ความชื้นโรงเรือน 60-70 % ทำความสะอาดก้อน ก้อนที่ยุบตัวกรีดไหล่ก้อน คัดก้อนเน่าทิ้ง
 4. ระยะอดน้ำ 7 วัน : ให้ก้อนเห็ดพักตัว ให้น้ำปริมาณน้อย (เหมือนสภาวะฝนแล้ง) 1-2 ครั้ง เพื่อไม่ให้ก้อนตาย ก้อนเห็ดจะเบาและแห้ง
 5. ระยะกระตุ้นน้ำ 2 วัน : ให้น้ำมากๆเหมือนมีฝนตก คือให้ทุกๆ 1-2 ชั่วโมง ครั้งละ 5-10 นาที ถ้าหน้าก้อนนิ่มถือว่าพร้อมสำหรับกระตุ้น
 6. กระตุ้นด้วยความเย็น 1 วัน : แช่ก้อนในน้ำเย็น 10 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 1-4 ชั่วโมง หรือใช้น้ำแข็งเกล็ดเททับบนหน้าก้อนหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ปล่อยให้น้ำแข็งละลาย
 7. ให้ตุ่มดอก 5-7 วัน : ภายหลังการกระตุ้น ให้ความชื้นในโรงเรือน 80-90 %  อย่าให้ก้อนเห็ดขาดน้ำโดยเด็ดขาด เห็ดจะเกิดตุ่มดอกภายใน 3 วัน และจะเริ่มเก็บดอกเห็ดได้ภายใน 5-7 วัน ขึ้นกับอุณหภูมิของอากาศ
 เริ่มขั้นตอนที่ 2 เป็นวงจรต่อกันไป จนก้อนเห็ด   ที่เปิดดอกมีอายุ ประมาณ 4 เดือน จึงจะหมดรุ่น

 การเก็บเกี่ยว  ภาพประกอบ คลิ๊กดูภาพประกอบ
  การเก็บเกี่ยวเห็ดหอมควรเก็บเกี่ยวในระยะที่ดอกยังตูมเพื่อรักษาคุณภาพและราคา หากเก็บเมื่อดอกบานแล้วเห็ดจะตกเกรดและราคาลดลง
การเก็บเกี่ยวจะเก็บวันละ 2 ครั้ง  การสังเกตลักษณะดอกที่เหมาะสมให้เก็บดอกที่ยังตูม เยื่อใต้หมวกเห็ดเริ่มเปิดจนถึงบานไม่เกิน 80 % โดยการใช้มือจับที่โคนดอกแล้วดึงออกเบาๆ อย่าให้ขี้เลื่อยหลุดติดมากับขาเห็ดมาก เพราะก้อนเห็ดอาจติดเชื้อปนเปื้อนและเสียเวลาในการตัดขาเห็ดมากขึ้น นำดอกเห็ดมาตัดขา โดยใช้กรรไกรตัดขาให้เหลือความยาวประมาณ 1.5 - 2 ซม. ส่วนขาเห็ดนำไปตากแห้งหรืออบแห้งเพื่อจำหน่ายหรือแปรรูปต่อไป

 การเก็บรักษา
  เห็ดหอมมีลักษณะพิเศษกว่าเห็ดประเภทอื่นคือไม่ย่อยสลายตัวเองดังนั้นจึงสามารถเก็บรักษาได้นานประมาณ 5-7 วัน ที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส

 เอกสารอ้างอิง
ธวัชชัย ทีฆชุณหเถียร. 2540. การเพาะเห็ดหอมในจังหวัดนครราชสีมา.วารสารเทคโนโลยีสุรนารี.3:187-201.
ธวัชชัย ทีฆชุณหเถียร. 2543. เอกสารแนะนำฟาร์มเห็ด. สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. 4 หน้า.

  ติดต่อโครงการ "พัฒนาการท่องเที่ยว ตำบลไทยสามัคคี" อำเภอ วังน้ำเขียว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

หน่วยบริการวิชาการแก่ชุมชน
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  • 111 ถนนมหาวิทยาลัย ตำบล สุรนารี อำเภอ เมือง จังหวัด นครราชสีมา 30000
  • โทร. 044-224964   โทรสาร. 044-224965

  หัวหน้าโครงการ
  • ผศ. ดร. ธวัชชัย ทีฆชุณหเถียร
  • โทร. 044-224700   โทรสาร. 044-224700
  • E-mail : thawatch@ccs.sut.ac.th

   ติดต่อ Webmaster : วังน้ำเขียวดอทคอม (Wangnamkheo.com)

  • รศ. ดร. อรรณพ วราอัศวปติ
  • โทร. 044-223147 หรือ 09-4249989   โทรสาร. 044-224187
  • E-mail :onnop@ccs.sut.ac.th